การซื้อบ้านมือสองจากเจ้าของบ้านเองนั้น ก็คือเราจะได้ราคาบ้านที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับคนกลางหรือตัวแทนบ้าน การซื้อขายเป็นไปโดยสะดวก ขั้นตอนไม่มาก หากแต่ผู้ซื้อ-ขาย ก็ควรระมัดระวังในเรื่องของสัญญาซื้อ-ขายให้รอบคอบเนื่องจากเป็นการซื้อขายกันโดยตรง และต้องดำเนินการกันเองทุกขั้นตอน สำหรับผู้ซื้อที่จำเป็นต้องหาแหล่งเงินกู้ หรือสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาซื้อบ้าน ก็จะใช้เวลาระหว่างการวางมัดจำนี้ในการดำเนินการกู้เงินเพื่อมาชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์บ้านต่อไป โดยสามารถนำเอกสารต่างๆ จากผู้ขายเพื่อไปยื่นเรื่องขอกู้ เมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ แล้ว จึงไปทำการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินที่สำนักงานที่ดินต่อไป

ปัจจัยในการกู้ซื้อบ้านมือสอง

ปัจจุบันการขอสินเชื่อบ้านมือสองนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าการขอสินเชื่อบ้านใหม่ โดยเริ่มต้นที่ผู้ขอสินเชื่อต้องไปเจรจากับผู้ขายเพื่อตกลงสัญญาซื้อขายกันเอง แล้วขอสำเนาโฉนดที่ดินจากผู้ขาย พร้อมนำสัญญาซื้อขาย ไปทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านกับธนาคาร จากนั้นธนาคารก็จะเข้าไปประเมินบ้านของผู้ขายก่อนพิจารณาอนุมัติวงเงินให้ผู้ขอสินเชื่อ และถ้าบ้านยังติดจำนองกับธนาคารอื่นอยู่ ผู้ขายก็ต้องดำเนินเรื่องไถ่ถอนจำนองกับธนาคารนั้นก่อน ธนาคารฝั่งผู้ขอสินเชื่อจึงจะรับจำนองต่อได้

ส่วนใหญ่ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้บ้านมือสองให้เพียง 80-90% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ค่าเสื่อม ทำเลที่ตั้ง และนโยบายการรับจำนองบ้านมือสองของแต่ละธนาคาร ซึ่งแตกต่างจากสินเชื่อบ้านใหม่ที่มักจะได้วงเงินกู้เต็ม 100% หรือมากกว่านั้น

หากซื้อบ้านมือสองมาในราคาถูกแต่มีสภาพทรุดโทรม ผู้ขอสินเชื่อก็ต้องมีงบสำหรับการซ่อมแซมหรือตกแต่งใหม่ โดยเงินก้อนนี้ก็ต้องเป็นเงินของผู้ขอสินเชื่อเอง เพราะธนาคารมักจะไม่มีวงเงินให้กู้เพิ่มเติมสำหรับการซ่อมบ้านมือสอง แตกต่างจากสินเชื่อบ้านใหม่ที่ธนาคารมักจะแถมวงเงินเพิ่มสำหรับการตกแต่งต่อเติมให้ผู้ขอสินเชื่อด้วย